ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

480320D สุราควรจะหมดไปจากโลกใบนี้-สั้น

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

สุราควรจะหมดไปจากโลกใบนี้ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ (รอบบ่าย) ไม่คิดไม่แปลก ยิ่งคิดยิ่งแปลก น้ำเมา น้ำหายนะ ซึ่งทุกคนก็รู้ ผู้ผลิตก็รู้ ผู้จำหน่ายก็รู้ ผู้โปรโมชั่น ส่งเสริมการขายก็รู้ ผู้เสพก็รู้ คนที่ไม่ได้เสพก็รู้ ต่างคนต่างก็รู้กัน แต่รู้ในระดับไหนนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่รู้ว่ามันมีความหายนะอยู่ เห็นโทษเห็นภัยกันอยู่ แต่ก็ดูดายกัน อยู่กันเฉย ๆ ไม่ไปยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งไม่ดี ที่จะทำให้เพื่อนมนุษย์หายนะ โดยเฉพาะพี่น้องผองไทยเรา กำลังจะถูกน้ำเมาทำร้าย ทำร้ายตั้งแต่ตัวเราเอง บุตรหลานของเรา ของเพื่อนมนุษย์สารพัดไปหมดเลย เราก็เห็น แต่ไม่ได้ไปยืนยันกับเขาว่า น้ำหายนะนี้ไม่สมควรเอาเข้าตลาด ถ้าเอาเข้าไปแล้ว มันก็จะมีพลังในการขยายการผลิตในราคาที่ต่ำลงมา แล้วเกิดการแข่งขัน จะมีการขยายการบริโภคเพิ่มขึ้นอีก ก็เป็นการขยายปัญหาความเดือดร้อนเข้าไปสู่สังคมอีกเยอะแยะมากมาย เงินที่ได้มาจากความหายนะ เป็นเงินนำไปเสียภาษีก็มีจำนวนหนึ่ง ดูเหมือนมาก แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่หายนะแล้ว มันเทียบกันไม่ได้ เราต้องไปยืนยันกันนะว่า ไม่เห็นด้วยในการนำสิ่งเหล่านี้เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ เราจะไปเอาตัวอย่างของบางประเทศ ที่เขาล้มเหลวในเรื่องพฤติกรรมของเพื่อนร่วมชาติของเขา เกิดปัญหาทางสังคมกันมากมายเพราะน้ำหายนะนี้ เอามาเป็นตัวอย่า งแค่มองเห็นว่า มันจะได้เม็ดเงินเข้ามาเป็นจำนวนมาก จะเกิดการสร้างงานอะไรอย่างนั้น คือ มองแต่แง่ได้อย่างเดียว แต่แง่เสียไม่ได้มองเลย เราจะไปเอาอย่างนั้นไม่ได้ ตรงกันข้ามประเทศเหล่านั้น เมื่ออนุญาตให้เอาน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ กิจการขยายใหญ่โต ขยายความหายนะไปยังเพื่อนร่วมชาติ ก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร กำลังต้องการประเทศใดประเทศหนึ่งในโลกที่จะเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดี ที่เขาจะกลับไปพิจารณาใหม่ว่า สมควรจะเอาออกจากตลาดหลักทรัพย์ไหม เขายังไม่มีต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก ตอนนี้แหละเป็นจังหวะของเราแล้ว แล้วก็เป็นโอกาสดีของชาวโลกที่จะได้เห็นต้นบุญต้นแบบที่ดี ถ้าเราประสบความสำเร็จในการยืนยันว่า เราไม่เห็นด้วยในการนำน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ จนทำให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เกิดแรงบันดาลใจที่จะไม่นำเข้าไปอย่างเด็ดขาด เราจะต้องไปยืนยันอย่างนั้น จนกว่าจะเกิดแรงบันดาลใจ นั่นแหละคือความสำเร็จ ของเราและชาวโลกทั้งหลาย ไม่ใช่ว่าเราจะชนะคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ไม่ใช่เป็นการแพ้ชนะกัน แต่ว่าเป็นชัยชนะความหายนะของเพื่อนมนุษย์ เราไม่ได้ไปแข่งกับคณะกรรมการ หรือจะไปเอาชนะเขา แต่เราไม่เห็นด้วยกับน้ำหายนะตรงนี้ ต้องการเห็นสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยนี้ และจะได้เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เกิดแรงบันดาลใจที่จะนำสิ่งไม่ดีเหล่านั้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ และออกจากผืนโลกใบนี้ เหมือนกับประเทศภูฎานที่นำบุหรี่ออกจากบนผืนแผ่นดินประเทศภูฎานไปแล้ว เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในโลก ประเทศภูฎานทำได้ ประเทศไทยก็ควรจะทำได้ ประเทศไทยทำได้ ประเทศใด ๆ ในโลกนี้ก็ควรจะทำได้ด้วย เรื่องนี้ผู้ที่จะเห็นโทษภัยเกี่ยวกับน้ำเมาได้ดีที่สุด คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อท่านดับขันธปรินิพพานไปแล้ว มีคำสอนของพระองค์เป็นสิ่งแทนตัวของพระองค์ท่าน ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้โดยพระสงฆ์ ก็แปลว่า พระสงฆ์เป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เห็นโทษภัยของน้ำเมานี้เห็นแล้วทนไม่ได้ เกิดมหากรุณาอยากจะไปโปรดไปบอก ก็มองดูว่าใครที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ที่จะนำน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็เห็นว่าคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์นั่นแหละ จะเป็นผู้ตัดสินตรงนี้ได้ จึงได้ไปที่ ตรงนั้นไปที่ตลาดหลักทรัพย์ ไปอย่างสงบเสงี่ยมสง่างาม ไปขอบิณฑบาตซึ่งพระก็เป็นปกติใน การขอบิณฑบาต ในสิ่งที่มันจะเป็นความหายนะของญาติโยมคนใดคนหนึ่ง แต่นี่เป็นความ หายนะของประเทศชาติ ของเพื่อนร่วมชาติ ของญาติโยม ก็ไปขอด้วยอาการแห่งความสงบ เสงี่ยมแล้วก็สง่างาม พูดด้วยเหตุด้วยผล ไม่มีการโวยวายเอะอะมะเทิ่ง ไปด้วยความสงบเสงี่ยม สง่างาม แล้วก็ไปสวดอำนวยอวยพรด้วย ขจัดสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นมลทิน ให้มีแต่สิ่งที่เป็นมงคลให้ เกิดขึ้น ณ สถานที่ตรงนั้น แล้วก็กลับอย่างสงบเสงี่ยมสง่างาม ปฏิบัติภารกิจอย่างนี้เพียงแค่นี้ ไม่ได้ไปทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้เลย นี่คือสิ่งที่พุทธบุตรได้ทำผ่านมาแล้ว แล้วเหตุผลที่ท่านให้ในวันนั้นนี่ ถ้าคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นบัณฑิต เป็นนักปราชญ์ เป็นคนมีเหตุมีผล ดูได้ดูเสียอย่าง แท้จริง จะต้องยอมรับฟังเหตุผลและจะต้องเชื่อ และทำตามเหตุผลที่พุทธบุตรทั้งหลายเหล่านั้น ได้ไปยื่นเสนอ แล้วจะต้องทำตามคำขอบิณฑบาตของพุทธบุตรทั้งหลายที่มาจากทั่วประเทศ ด้วยความสมัครใจ ที่จริงจะมามากกว่านั้นแต่ว่าสถานที่รองรับไม่พอ เพราะฉะนั้นท่านก็ส่ง ตัวแทนของท่านมา ก็แปลว่าสังฆมณฑลทั่วทั้งประเทศนั้นน่ะ ไม่เห็นด้วยในการนำน้ำเมาเข้า ตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้น ถ้าหากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เป็นบัณฑิตเป็นนักปราชญ์ มี เหตุมีผล มีความรักและปรารถนาดีต่อพี่น้องผองไทย ต่อเพื่อนร่วมโลก ต้องทำตามคำแนะนำ ของพุทธบุตรทั้งหลายเหล่านั้น โดยไม่มีข้อแม้ข้ออ้างและเงื่อนไขใด ๆ เลย เพราะเป็นเหตุเป็นผล ที่ถูกต้อง ไม่ใช่เหตุผลที่สวยงาม ที่จะอ้างเอาไปเพื่อหวังเอาน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ คือมอง แต่จะเอาได้กันอย่างเดียว นี่คือสิ่งที่พุทธบุตรได้ทำไปแล้ว