เสาแก้วพันปี-สั้น
เสาแก้วพันปี รองรับมหารัตนวิหารคด สถานที่ชุมนุมพุทธบุตรทั่วโลก
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
เมื่อวันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และวันอาทิตย์ที่ ๑๒ ธ.ค. พ.ศ. ๒๕๔๗
เสาแก้วสำหรับผู้มีบุญที่มีหัวใจไม่เกี่ยง
เยี่ยงท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือ มหาอุบาสิกาวิสาขาเศรษฐินี
มีเพียง ๒,๕๔๗ ต้น ซึ่งตรงกับปีพุทธศักราช ๒๕๔๗
มีเพียง ๒,๕๔๗ ต้น สำหรับรองรับมหารัตนวิหารคด
เสาแก้วนี้เป็นสิ่งสำคัญ เป็นที่รองรับมหารัตนวิหารคด ซึ่งจะเป็นที่รวมชุมนุมของพุทธบริษัท ๔ ทั่วโลก โดยเฉพาะพุทธบุตรทั่วโลกที่กระจัดกระจายไปอยู่ตามนิกายต่างๆ แล้วก็ไม่ได้มีโอกาสได้รู้จักกันเลย ได้ยินแต่ข่าวว่ามีพระทั่วโลก รวมกันเป็นเรือนล้านกระจัดกระจายอยู่ตามนิกายต่างๆ ได้ยินแค่นั้นเอง แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็น บางคนเป็นอย่างนี้มาตลอด จนกระทั่งละโลก ไปแล้วก็ไม่มีโอกาสได้เห็น มีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เรากำลังจะทำสิ่งนี้ให้เป็นจริงขึ้นมา ให้เกิดการชุมนุมของพุทธบุตรทั่วโลกแม้ต่างนิกายกันก็ตาม จะไปกราบอาราธนาให้ท่านมา
ที่ต้องการนิมนต์ท่านมาก็เพื่อให้เราได้เห็นเป็นบุญตาบุญตัวของเรา เป็นทัสสนานุตตริยะ เพราะการเห็นพุทธบุตรผู้มีบุญผู้ที่ได้อยู่ใน เครื่องแบบชุดสุดท้ายในสังสารวัฏได้มาชุมนุมรวมกัน ถือเป็นบุญตาบุญตัวกันก่อนที่เราจะละจากโลกนี้ไป และการชุมนุมนั้นจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เมื่อท่านได้มารู้จัก ได้มาพูดคุยกัน พระเมื่อได้มารู้จักกันแล้วคุยกันไม่ยาก แต่ถ้าไม่ได้เจอกันก็คุยกันไปคนละเรื่องกัน เพราะต่างนิกายต่างก็มีความคุ้นเคยในข้อวัตรปฏิบัติของตัว ไม่ได้มีทิฏฐิอะไร แต่ว่านิกายของตัวนั้นตัวคุ้นอย่างนี้แต่อีกนิกายนะไม่คุ้น จะให้ไปทำอย่างนิกายที่ไม่คุ้นก็ไม่ถนัด
เพราะฉะนั้น พอมาชุมนุมกัน ได้มาเปิดใจปรึกษาหารือกันว่า เราอย่าไปต่างคนต่างทำเหมือนแต่ก่อนเลย เอาเป็นว่า ตอนนี้เราต้องยอมรับว่าในแต่ละนิกายมีการนำคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประพฤติปฏิบัติยังไม่สมบูรณ์ บางอย่างมีในนิกายนี้ บางอย่างก็มีในอีกนิกาย ซึ่งล้วนแต่เป็นคำสอนดั้งเดิมทั้งนั้น บางอย่างก็ปฏิรูปใหม่เมื่อได้คำสอนมาไม่ครบ พอได้หัวมาก็ต่อคอ ต่อไหล่ ต่อแขน ต่อขา ของความรู้ ทีนี้เราก็เอาส่วนที่ขาดมารวมกัน สมมติว่ามีแผนที่อยู่แผ่นหนึ่งแต่ได้มาคนละชิ้นแล้วนำมาต่อกัน คล้ายๆ จิ๊กซอว์เมื่อนำมาต่อกันมันก็เป็นผืนแผ่นเดียวกัน แล้วก็ดูเหมือนๆ กัน เมื่อดูเหมือนกันก็จะเห็นสิ่งไหนเป็นคำสอนที่แท้จริง สิ่งไหนส่วนเสริมเข้ามา เช่น ที่ผ่านมาอาจทำถูก ๕ เปอร์เซ็นต์ อีก ๙๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นส่วนเสริม ซึ่งบางอย่างเสริมแล้วเสียก็มีทีนี้พอเห็นเหมือนๆกันก็จะเริ่มปรับโครงสร้างในการศึกษพระพุทธศาสนาใหม่ ให้กลับคืนไปสู่คำสอนอันบริสุทธิ์ดั้งเดิม เมื่อมาคิดเหมือนกัน พูดเหมือนกัน แล้วก็ทำเหมือนกัน พอเหมือนๆ กันตอนนี้ก็ง่ายแล้ว
ตอนนี้นอกจากคำสอนไม่เหมือนกันแล้ว แม้แต่พระพุทธรูปก็ยังไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไปตามการสืบสายวัฒนธรรม บางคนชอบความอุดมสมบูรณ์ก็ท้วมหน่อยหน้ากลมๆ อะไรอย่างนี้ พระพุทธเจ้าองค์เดียวกันแต่ไม่เหมือนกัน ก็แปลว่า ถึงเวลาที่จะต้องมาปรับแล้วละว่า แล้วอะไรล่ะที่ควรจะเหมือนกัน ก็จะย้อนกลับมาดูลักษณะมหาบุรุษ ก็จะนำมาเทียบเคียงกันว่า ลักษณะมหาบุรุษเป็นอย่างนี้ๆ เมื่อมาถึงจุดนี้พระพุทธรูปก็จะเหมือนกันก่อน เราไปประเทศไหนก็จะเห็นพระพุทธรูปเหมือนกัน พอพระพุทธรูปเหมือนกันคราวนี้ก็มาคำสอน คำสอนก็จะเป็นไปในแบบแผน เดียวกัน ต่อมาพระสงฆ์ก็จะเริ่มเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นหลักสำคัญของพระพุทธศาสนาก็จะเป็นแบบเดียวกัน ดุจดวงตะวันที่มีดวงเดียวกัน ทีนี้สิ่งดีๆ ก็เกิดขึ้นไปถึงญาติโยม เพราะเมื่อสรณะ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เหมือนกัน ญาติโยมซึ่งเป็นคฤหัสถ์ก็จะมองตาม เหมือนเรามองดูดวงตะวัน ทุกชาติทุกภาษามองดูกลมเหมือนกัน พอดูเหมือนๆ กัน ข้อวัตรปฏิบัติวัฒนธรรมของชาวพุทธซึ่งเป็นวัฒนธรรมสากลก็จะขยายไปสู่ญาติโยมเรื่อยๆ เมื่อขยายไปสู่ญาติโยม ก็จะมีการปฏิบัติที่เหมือนๆ กัน พอปฏิบัติเหมือนๆ กันเข้าก็มีพลัง พลังนั้นไม่ได้ไป สู้กับใคร แต่เป็นพลังที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่เป็นกลางๆ ที่ยังไม่มีศาสนา
ผู้ที่เป็นกลางๆ คือพวกที่ไม่มีศาสนา แต่เดิมก็มีศาสนาเป็นประเภทสุดโต่ง แต่ว่าพอมีคำถามแล้วหาคำตอบไม่ได้ ก็จะออกจากที่เชื่อถือ สุดโต่ง มาอยู่กลางๆ พวกกลางๆ นี้ก็จะหันมามองว่าคำสอนในพุทธศาสนานี่มีเหตุมีผลสามารถตอบคำถามในข้อสงสัยที่เรามีอยู่ได้ใน ทุกๆ คำถาม ทุกๆ คำตอบ และก็เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของเรา พวกกลางๆ ก็จะเข้ามา
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ดีงามเหล่านี้จะขยายไปจากชาวพุทธไปสู่พวกที่เป็นกลางๆ เพิ่มปริมาณมากเข้า ก็เหลืออีกส่วนหนึ่งที่ยังสุดโต่งอยู่ แต่ถึงจะสุดโต่งอย่างไรก็แล้วแต่ สักวันหนึ่งจะเหมือนกับพวกที่เป็นกลางๆ คืออดีตสุดโต่งนั่นแหละ ก็จะหันมาศึกษา ตอนนี้จะอยู่ในลักษณะพวกมากลากไป พวกดีๆ มีเหตุผลมากๆ ก็จะลากพวกที่ ไม่ค่อยจะมีเหตุผลเท่าไร ก็ลากมา ในที่สุดก็จะขยายไปทั้งหมด โดยเริ่มมาจากเสาแก้ว
ถ้าเรารีบช่วยกันทำก็จะเสร็จเร็ว แล้วภาพที่ว่าก็จะเกิดเร็ว เกิดเร็วในระดับที่ทันตาเห็นก่อนที่เราจะละโลก กลับดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ ด้วยความเบิกบานใจว่า ภารกิจหน้าที่อันยิ่งใหญ่เราช่วยกันทำสำเร็จแล้ว เราสามารถไปตอบคำถามกับสหายแห่งเทวดาที่อยู่วิมานข้างเคียงได้ว่า ได้นำคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่กว่าจะค้นมาได้นี่ใช้เวลายาวนานตั้ง ๒๐ อสงไขย กับแสนมหากัป เพื่อที่จะนำความรู้ที่ยิ่งใหญ่มาสอนมนุษย์และเทวดา บัดนี้สอนมนุษย์ได้หมดแล้ว และไม่ใช่สอนได้เฉพาะชาวพุทธแต่ว่าสอนมนุษย์หมดทั่วโลก
คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจะคุ้มครองโลกให้เกิดสันติสุขอย่างแท้จริง เราทำที่เสาแต่เราไปได้ที่โลก ทำที่โลกก็ได้ที่เรานะลูกนะ